ธรรมะวันอุโบสถ (25/07/2025)
ภิกษุทั้งหลาย ปริญญา (ความรอบรู้) เป็นอย่างไร
ภิกษุทั้งหลาย ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ อันใด อันนั้นแหละเราเรียกว่า ปริญญา.“
– บาลี สํ. ขนฺธ. 17/33/55.
ภิกษุทั้งหลาย ปริญญา (ความรอบรู้) เป็นอย่างไร
ภิกษุทั้งหลาย ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ อันใด อันนั้นแหละเราเรียกว่า ปริญญา.“
– บาลี สํ. ขนฺธ. 17/33/55.
ภิกษุทั้งหลาย ฉันทะ ราคะ โทสะ โมหะ หรือปฏิฆะแห่งจิต ในรูปที่บุคคลจะรู้ได้ด้วยตา พึงเกิดขึ้นแก่ภิกษุหรือภิกษุณีรูปใดรูปหนึ่ง. ภิกษุหรือภิกษุณีรูปนั้น พึงห้ามจิตเสียจากรูปนั้นด้วยมนสิการว่า ทางนั้นมีภัย มีภัยเฉพาะหน้า มีหนาม... read more
… ภิกษุทั้งหลาย ถ้าบุคคลไม่คิดถึงสิ่งใด ไม่ดำริถึงสิ่งใด แต่เขายังมีจิตฝังลงไปในสิ่งใดอยู่ สิ่งนั้นย่อมเป็นอารมณ์เพื่อการตั้งอยู่แห่งวิญญาณ เมื่ออารมณ์มีอยู่ ความตั้งขึ้นแห่งวิญญาณย่อมมี เมื่อวิญญาณนั้น ตั้งขึ้นแล้ว เจริญงอกงามแล้ว การเกิดขึ้นแห่งภพใหม่ต่อไปย่อมมี เมี่อการเกิดขึ้นแห่งภพใหม่ต่อไปมีอยู่ ชาติ ชรามรณะ... read more
ภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุเจริญมรณสัญญา แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่ห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะกล่าวไปไย ถึงผู้กระทำให้มากซึ่งมรณสัญญานั้นเล่า." -บาลี เอก. อํ.... read more
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเห็นรูปอันไม่เที่ยงนั่นแหละ ว่าไม่เที่ยง ความเห็นของเธอนั้นเป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อเห็นอยู่โดยถูกต้อง ย่อมเบื่อหน่าย เพราะความสิ้นไปแห่งนันทิ จึงมีความสิ้นไปแห่งราคะ เพราะความสิ้นไปแห่งราคะ จึงมีความสิ้นไปแห่งนันทิ เพราะความสิ้นไปแห่งนันทิและราคะ กล่าวได้ว่า จิตหลุดพ้นแล้วด้วยดี. ภิกษุเห็นเสียงอันไม่เที่ยงนั่นแหละ ว่าไม่เที่ยง … เห็นกลิ่นอันไม่เที่ยงนั่นแหละ ว่าไม่เที่ยง …... read more
ภิกษุทั้งหลาย ความสำเร็จ ๒ อย่างเหล่านี้ คือ ๑) ความสำเร็จทางอามิส ๒) ความสำเร็จทางธรรม ในบรรดาความสำเร็จ ๒ อย่างเหล่านี้ ความสำเร็จทางธรรมเป็นเลิศ. ภิกษุทั้งหลาย ความเจริญ ๒... read more
... ชนเหล่าใดประพฤติทุจริตด้วยกาย ประพฤติทุจริตด้วยวาจา ประพฤติทุจริตด้วยใจ ชนเหล่านั้นชื่อว่าไม่รักตน ถึงแม้พวกเขาจะกล่าวอยู่อย่างนี้ว่าเรารักตน แม้เป็นเช่นนั้น ชนเหล่านั้นก็ชื่อว่าไม่รักตน ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร เพราะเหตุว่า ชนผู้ที่ไม่รักใคร่กัน ย่อมทำความเสียหาย ให้แก่ผู้ที่ไม่รักใคร่กันได้โดยประการใด... read more
อานนท์ เปรียบเหมือนกองฝุ่นใหญ่มีอยู่ที่หนทางใหญ่ ๔ แพร่ง ถ้าเกวียนหรือรถมาจากทิศตะวันออก ก็บดขยี้กองฝุ่นนั้น ถ้าเกวียนหรือรถมาจากทางทิศตะวันตก ก็บดขยี้กองฝุ่นนั้น ถ้าเกวียนหรือรถมาจากทางทิศเหนือ ก็บดขยี้กองฝุ่นนั้น ถ้าเกวียนหรือรถมาจากทางทิศใต้ ก็บดขยี้กองฝุ่นนั้น อานนท์ ฉันใดก็ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อบุคคลมีปกติเห็นกายในกายอยู่เป็นประจำ ย่อมกำจัดบาปอกุศลธรรมทั้งหลายโดยแท้ เมื่อบุคคลมีปกติเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่เป็นประจำ ย่อมกำจัดบาปอกุศลธรรมทั้งหลายโดยแท้ เมื่อบุคคลมีปกติเห็นจิตในจิตอยู่เป็นประจำ ย่อมกำจัดบาปอกุศลธรรมทั้งหลายโดยแท้ เมื่อบุคคลมีปกติเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่เป็นประจำ ย่อมกำจัดบาปอกุศลธรรมทั้งหลายโดยแท้.” read more
… ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุตรึกตามตรองตามถึงอารมณ์ใดๆ มาก จิตย่อมน้อมไปโดยอาการอย่างนั้นๆ ถ้าภิกษุตรึกตามตรองตามถึงกามวิตกมาก ก็เป็นอันว่าละเนกขัมมวิตกเสีย กระทำแล้วอย่างมากซึ่งกามวิตก จิตของเธอนั้น ย่อมน้อมไปเพื่อความตรึกในกาม ถ้าภิกษุตรึกตรองตามถึงพยาปาทวิตกมาก ก็เป็นอันว่าละอัพยาปาทวิตกเสีย กระทำแล้วอย่างมากซึ่งพยาปาทวิตก จิตของเธอนั้น... read more
ภิกษุทั้งหลาย เมื่อมือทั้งหลายมีอยู่ การจับและการวางก็ปรากฏ เมื่อเท้าทั้งหลายมีอยู่ การก้าวไปและการถอยกลับก็ปรากฏ เมื่อข้อทั้งหลายมีอยู่ การงอเข้าและการเหยียดออกก็ปรากฏ เมื่อท้องมีอยู่ ความหิวและความกระหายก็ปรากฏ. ภิกษุทั้งหลาย ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อตามีอยู่ สุขและทุกข์อันเป็นภายในย่อมเกิดขึ้น เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย เมื่อหูมีอยู่ สุขและทุกข์อันเป็นภายในย่อมเกิดขึ้น เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย เมื่อจมูกมีอยู่... read more
สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้ว ย่อมดับไป ความสงบรำงับซึ่งสังขารทั้งปวงได้ เป็นสุข ขันธ์ทั้ง ๕ เป็นของหนัก บุคคลนั่นแหละ เป็นผู้แบกของหนักพาไป การแบกถือของหนัก เป็นความทุกข์ในโลก... read more