ความสำคัญของการมีมิตรดี (๑)
เรื่องเกิดขึ้นที่นครสาวัตถี
พระเจ้าปเสนทิโกศลประทับนั่งในที่สมควรแล้ว ได้กล่าวกับพระผู้มีพระภาคว่า.
ภันเต เมื่อข้าพระองค์อยู่ในที่หลีกเร้น ได้เกิดความคิดขึ้นมาว่า ธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้วนั่นเอง เป็นธรรมสำหรับผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีพวกพ้องดี ไม่ใช่สำหรับผู้มีมิตรเลว มีสหายเลว มีพวกพ้องเลว.
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า มหาราช ข้อนี้เป็นอย่างนั้น มหาราช ข้อนี้เป็นอย่างนั้น ธรรมที่เรากล่าวไว้ดีแล้วนั่นเอง เป็นธรรมสำหรับผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีพวกพ้องดี ไม่ใช่สำหรับผู้มีมิตรเลว มีสหายเลว มีพวกพ้องเลว.
มหาราช ครั้งหนึ่ง เราอยู่ที่นิคมของหมู่เจ้าศากยะ ชื่อว่านครกะ ในแคว้นสักกะ ครั้งนั้น ภิกษุอานนท์เข้าไปหาเราถึงที่อยู่ อภิวาทแล้วนั่งในที่สมควร มหาราช ภิกษุอานนท์ได้กล่าวกับเราว่า ภันเต ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีพวกพ้องดี เป็นครึ่งหนึ่งแห่งพรหมจรรย์.
มหาราช เมื่อภิกษุอานนท์กล่าวอย่างนี้แล้ว เราได้กล่าวกับภิกษุอานนท์ว่า อานนท์ เธออย่าได้กล่าวอย่างนั้น อานนท์ เธออย่าได้กล่าวอย่างนั้น อานนท์ ที่จริง ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีพวกพ้องดี เป็นพรหมจรรย์ทั้งหมดทีเดียว อานนท์ ภิกษุผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีพวกพ้องดี พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ จะกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคมีองค์ ๘.
อานนท์ ภิกษุผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีพวกพ้องดี ย่อมเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคมีองค์ ๘ ให้มากได้อย่างไร.
อานนท์ ในกรณีนี้ ภิกษุย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก (ความเงียบสงบ) อาศัยวิราคะ (ความจางคลาย) อาศัยนิโรธ (ความดับ) น้อมไปเพื่อโวสสัคคะ (ความปล่อย, ทิ้ง) ย่อมเจริญสัมมาสังกัปปะ … ย่อมเจริญสัมมาวาจา … ย่อมเจริญสัมมากัมมันตะ .… ย่อมเจริญสัมมาอาชีวะ … ย่อมเจริญสัมมาวายามะ … ย่อมเจริญสัมมาสติ … ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปเพื่อโวสสัคคะ.
อานนท์ ภิกษุผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีพวกพ้องดี เจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ กระทำให้มากอริยมรรค มีองค์ ๘ ด้วยอาการย่างนี้ อานนท์ โดยปริยายแม้อย่างนี้ พึงทราบว่า ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีพวกพ้องดี เป็นพรหมจรรย์ทั้งหมดทีเดียว.
อานนท์ ด้วยว่า เพราะอาศัยเราผู้เป็นมิตรดี สัตว์ทั้งหลายผู้มีความเกิดเป็นธรรมดา ย่อมหลุดพ้นจากความเกิด สัตว์ทั้งหลายผู้มีความแก่เป็นธรรมดา ย่อมหลุดพ้นจากความแก่ สัตว์ทั้งหลายผู้มีความตายเป็นธรรมดา ย่อมหลุดพ้นจากความตาย สัตว์ทั้งหลายผู้มีโสกะ ปริเทวะ ทุกขโทมนัส และอุปายาสเป็นธรรมดา ย่อมหลุดพ้นจากโสกะ ปริเทวะ ทุกขโทมนัส และอุปายาส อานนท์ โดยปริยายแม้อย่างนี้ พึงทราบว่า ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีพวกพ้องดี เป็นพรหมจรรย์ทั้งหมดทีเดียว.
มหาราช เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ ท่านพึงทำการศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเป็นผู้ มีมิตรดี มีสหายดี มีพวกพ้องดี มหาราช ธรรมอย่างหนึ่ง คือ ความไม่ประมาทในกุศลธรรมทั้งหลาย อันท่านผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีพวกพ้องดี จงอาศัยธรรมนี้อยู่เถิด.
มหาราช เมื่อท่านเป็นผู้ไม่ประมาท อาศัยอยู่ซึ่งความไม่ประมาท หมู่นางสนมผู้ตามเสด็จก็จักมีความคิดอย่างนี้ว่า พระราชาเป็นผู้ไม่ประมาท อาศัยอยู่ซึ่งความไม่ประมาท เอาเถิด แม้พวกเราก็จักเป็นผู้ไม่ประมาท อาศัยอยู่ซึ่งความไม่ประมาท.
มหาราช เมื่อท่านเป็นผู้ไม่ประมาท อาศัยอยู่ซึ่งความไม่ประมาท แม้กษัตริย์ทั้งหลายผู้ตามเสด็จ ก็จักมีความคิดอย่างนี้ว่า พระราชาเป็นผู้ไม่ประมาท อาศัยอยู่ซึ่งความไม่ประมาท เอาเถิด แม้พวกเราก็จักเป็นผู้ไม่ประมาท อาศัยอยู่ซึ่งความไม่ประมาท.
มหาราช เมื่อท่านเป็นผู้ไม่ประมาท อาศัยอยู่ซึ่งความไม่ประมาท แม้หมู่ไพร่พล ก็จักมีความคิดอย่างนี้ว่า พระราชาเป็นผู้ไม่ประมาท อาศัยอยู่ซึ่งความไม่ประมาท เอาเถิด แม้พวกเราก็จักเป็นผู้ไม่ประมาท อาศัยอยู่ซึ่งความไม่ประมาท.
มหาราช เมื่อท่านเป็นผู้ไม่ประมาท อาศัยอยู่ซึ่งความไม่ประมาท แม้ชาวนิคมและชาวชนบท ก็จักมีความคิดอย่างนี้ว่า พระราชาเป็นผู้ไม่ประมาท อาศัยอยู่ซึ่งความไม่ประมาท เอาเถิด แม้พวกเราก็จักเป็นผู้ไม่ประมาท อาศัยอยู่ซึ่งความไม่ประมาท.
มหาราช เมื่อท่านเป็นผู้ไม่ประมาท อาศัยอยู่ซึ่งความไม่ประมาท แม้ท่านเองก็จักเป็นผู้ได้รับการคุ้มครอง ได้รับการอารรักขา แม้หมู่นางสนมผู้ตามเสด็จ ก็จักเป็นผู้ได้รับการคุ้มครอง ได้รับการอารรักขา แม้ท้องพระคลัง จักได้รับการคุ้มครอง ได้รับการอารรักขา.
บุคคลเมื่อปรารถนาโภคะยิ่งๆ ขึ้นไป พึงบำเพ็ญความไม่ประมาทไว้เถิด
บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญความไม่ประมาทในบุญกิริยาทั้งหลาย.
บัณฑิตผู้ไม่ประมาท ย่อมยึดถือประโยชน์ทั้ง ๒ ไว้ได้
คือ ประโยชน์ในปัจจุบัน และประโยชน์ในสัมปรายะ.
เพราะยึดถือประโยชน์ทั้ง ๒ ไว้ได้ ผู้มีปัญญาจึงได้นามว่า บัณฑิต.
-บาลี สํ. สคาถ. 15/126/381.
https://84000.org/tipitaka/pali/?15//126,
https://etipitaka.com/read/pali/15/126
English translation by Bhikkhu Sujato
At Sāvatthī.
Seated to one side, King Pasenadi said to the Buddha, “Just now, sir, as I was in private retreat this thought came to mind. ‘The teaching is well explained by the Buddha. But it’s for someone with good friends, companions, and associates, not for someone with bad friends, companions, and associates.’”
“That’s so true, great king! That’s so true!” said the Buddha. And he repeated the king’s statement, adding:
“Great king, this one time I was staying in the land of the Sakyans where they have a town named Townsville. . Then the mendicant Ānanda came to me, bowed, sat down to one side, and said: ‘Sir, good friends, companions, and associates are half the spiritual life.’
When he had spoken, I said to him: ‘Not so, Ānanda! Not so, Ānanda! Good friends, companions, and associates are the whole of the spiritual life. A mendicant with good friends, companions, and associates can expect to develop and cultivate the noble eightfold path.
And how does a mendicant with good friends develop and cultivate the noble eightfold path? It’s when a mendicant develops right view, right purpose, right speech, right action, right livelihood, right effort, right mindfulness, and right immersion, which rely on seclusion, fading away, and cessation, and ripen as letting go. That’s how a mendicant with good friends develops and cultivates the noble eightfold path. And here’s another way to understand how good friends are the whole of the spiritual life.
For, by relying on me as a good friend, sentient beings who are liable to rebirth, old age, and death, to sorrow, lamentation, pain, sadness, and distress are freed from all these things. This is another way to understand how good friends are the whole of the spiritual life.’
So, great king, you should train like this: ‘I will have good friends, companions, and associates.’ That’s how you should train.
When you have good friends, companions, and associates, you should live supported by one thing: diligence in skillful qualities.
When you’re diligent, supported by diligence, your ladies of the harem, aristocrat vassals, troops, and people of town and country will think: ‘The king lives diligently, supported by diligence. We’d better live diligently, supported by diligence!’
When you’re diligent, supported by diligence, then not only you yourself, but your ladies of the harem, and your treasury and storehouses will be guarded and protected.”
That is what the Buddha said. …
“For one who desires high wealth
again and again,
the astute praise diligence
in making merit.
Being diligent, an astute person
secures both benefits:
the benefit in this life,
and in lives to come.
Attentive, comprehending the meaning,
they are said to be astute.”