17มี.ค.
ธรรมะวันพระ (วันนี้)
ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนท่อนไม้ อันบุคคลโยนขึ้นไปสู่อากาศ บางคราวตกเอาโคนลง บางคราวตกเอาตอนกลางลง บางคราวตกเอาปลายลง.
ภิกษุทั้งหลาย ฉันใดก็ฉันนั้น สัตว์ทั้งหลายผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องผูก ท่องเที่ยวไปมาอยู่... read more
21ก.ค.
ภิกษุ กัปหนึ่งนานแล มิใช่ง่ายที่จะนับกัปนั้นว่าเท่านี้ปี เท่านี้ ๑๐๐ ปี เท่านี้ ๑,๐๐๐ ปี หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ ปี.
ภิกษุ... read more
19พ.ค.
ผู้มีความเพียร มีกำลัง มีปัญญา มีความเพ่งพินิจ มีสติ คุ้มครองอินทรีย์ พึงประพฤติอธิศีล อธิจิต และอธิปัญญา.
เมื่อก่อนอย่างใด ภายหลังก็อย่างนั้น ภายหลังอย่างใด เมื่อก่อนก็อย่างนั้น เบื้องต่ำอย่างใด เบื้องบนก็อย่างนั้น เบื้องบนอย่างใด... read more
05เม.ย.
ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เรากล่าวว่า เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก มียศใหญ่ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง... read more
07ต.ค.
พราหมณ์ บุคคลผู้มีราคะแล้ว ถูกราคะครอบงำแล้ว มีจิตถูกราคะกลุ้มรุมแล้ว ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนทั้งสองฝ่ายบ้าง และย่อมได้รับทุกขโทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง เมื่อละราคะได้แล้ว เขาย่อมไม่คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง ย่อมไม่คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่น ย่อมไม่คิดเพื่อจะเบียดเบียนทั้งสองฝ่าย และย่อมไม่ได้รับทุกขโทมนัสที่เป็นไปทางจิตด้วย พราหมณ์... read more
13ก.ค.
เทวดาชั้นดาวดึงส์ กล่าวถึงนรชนผู้เลี้ยงมารดาและบิดา มีปกติประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูล เจรจาแต่คำอ่อนหวาน กล่าวแต่คำสมานมิตรสหาย ละคำพูดยุยงให้แตกแยกกัน ประกอบในอุบายกำจัดความตระหนี่ มีวาจาสัตย์... read more
04พ.ย.
ใคร ๆ ไม่ควรเพลิดเพลิน ต่อสิ่งซึ่งเกิดแล้ว เป็นแล้ว เกิดขึ้นพร้อมแล้ว อันปัจจัยกระทำแล้ว อันปัจจัยปรุงแต่งแล้ว ไม่ยั่งยืน ปรุงแต่งเพื่อชราและมรณะ เป็นรังโรค เป็นของผุพัง... read more
14ต.ค.
สัตว์ทั้งปวง ทั้งที่เป็นคนหนุ่ม คนแก่ ทั้งที่เป็นคนพาล และบัณฑิต ทั้งที่มั่งมี และยากจน ล้วนแต่มีความตายเป็นที่ไปถึงในเบื้องหน้า
เปรียบเหมือนภาชนะดิน ที่ช่างหม้อปั้นแล้ว ทั้งเล็ก และใหญ่ ทั้งที่สุกแล้ว... read more
06ต.ค.
ในโลกนี้ ไม่มีสิ่งใด ๆ เลย ที่เมื่อเรายึดถืออยู่ เราจักเป็นผู้หาโทษมิได้ …
มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ... read more
14มี.ค.
… ภิกษุทั้งหลาย ฉันใดก็ฉันนั้น การพิจารณาของภิกษุว่า
เราเป็นผู้มีอภิชฌาอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้ไม่มีอภิชฌาอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีจิตพยาบาทอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้มีจิตไม่พยาบาทอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีถีนมิทธะกลุ้มรุมอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้ปราศจากถีนมิทธะอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่านอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้มีจิตไม่ฟุ้งซ่านอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีความสงสัยอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้ข้ามพ้นความสงสัยอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มักโกรธอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้ไม่มักโกรธอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีจิตเศร้าหมองอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้มีจิตไม่เศร้าหมองอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีกายกระสับกระส่ายอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้มีกายไม่กระสับกระส่ายอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้เกียจคร้านอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้ปรารภความเพียรอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีจิตตั้งมั่นอยู่โดยมาก... read more