ที่มาของการจำพรรษา และสัตตาหกรณียะ
English translation by Bhikkhu Brahmali
English translation by Bhikkhu Brahmali
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารโฆสิตาราม เขตพระนครโกสัมพี สมัยนั้น พวกภิกษุในเมืองโกสัมพี มีความบาดหมางกัน ทะเลาะกัน วิวาทกัน ต่างเอาหอกคือปากทิ่มแทงกันและกันอยู่ ไม่ยังกันและกันให้เข้าใจ ไม่ปรารถนาความเข้าใจกัน ไม่ยังกันและกันให้ปรองดอง ไม่ปรารถนาความปรองดองกัน. ครั้งนั้น... read more
สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์อยู่ ณ เวฬุวคาม เขตนครเวสาลี ก็สมัยนั้น คหบดีชื่อทสมะ เป็นชาวเมืองอัฏฐกะ ไปยังเมืองปาตลีบุตร ด้วยกรณียกิจอย่างหนึ่ง ครั้งนั้น ทสมคหบดีชาวเมืองอัฏฐกะ เข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่งถึงกุกกุฏาราม... read more
… ภิกษุทั้งหลาย นับถอยหลังจากนี้ไป ๙๑ กัป พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธะ พระนามว่าวิปัสสี ได้บังเกิดขึ้นแล้วในโลก. ภิกษุทั้งหลาย นับถอยหลังจากนี้ไป ๓๑ กัป พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธะ... read more
ภิกษุทั้งหลาย ปธาน (ความเพียร) ๔ ประการเหล่านี้ ๔ ประการอะไรบ้าง คือ ๑) สังวรปธาน (เพียรระวัง) ๒) ปหานปธาน (เพียรละ) ๓) ภาวนาปธาน... read more
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายแล้ว … ได้ตรัสดังนี้ว่า ภิกษุทั้งหลาย ลักษณะเครื่องหมาย เครื่องอ้างว่าเป็นพาลของคนพาลนี้มี ๓ อย่าง ๓ อย่างอะไรบ้าง... read more
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ในที่นั้น พระผู้มีพระภาคตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงเจริญสมาธิเถิด ภิกษุผู้มีจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริง ก็ภิกษุย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงซึ่งอะไร คือ ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงซึ่งความเกิดและความดับแห่งรูป ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงซึ่งความเกิดและความดับแห่งเวทนา ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงซึ่งความเกิดและความดับแห่งสัญญา ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงซึ่งความเกิดและความดับแห่งสังขาร ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงซึ่งความเกิดและความดับแห่งวิญญาณ. ภิกษุทั้งหลาย ก็อะไรเป็นความเกิดแห่งรูป อะไรเป็นความเกิดแห่งเวทนา อะไรเป็นความเกิดแห่งสัญญา อะไรเป็นความเกิดแห่งสังขาร อะไรเป็นความเกิดแห่งวิญญาณ. ภิกษุทั้งหลาย... read more
ภิกษุทั้งหลาย ก็ในราตรีนี้ เมื่อปฐมยามผ่านไปแล้ว เทวดาเป็นอันมากมีผิวพรรณงดงาม ทำวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างไสว เข้ามาหาเราถึงที่อยู่ ไหว้เราแล้วยืนอยู่ในที่สมมควร ครั้นแล้วได้กล่าวกับเราว่า ภันเต บรรพชิตทั้งหลายเข้ามายังเรือนของข้าพระองค์ทั้งหลายเมื่อเป็นมนุษย์อยู่ในกาลก่อน ข้าพระองค์เหล่านั้น ลุกรับ แต่ไม่กราบไหว้ ข้าพระองค์เหล่านั้น มีการกระทำยังไม่บริบูรณ์... read more
ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงเป็นผู้พิจารณาเห็นความไม่งามในกายอยู่เถิด จงมีอานาปานสติอันเข้าไปตั้งไว้ดีแล้วเฉพาะหน้าในภายใน จงพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในสังขารทั้งปวงอยู่เถิด. ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเธอทั้งหลายพิจารณาเห็นความไม่งามในกายอยู่ ย่อมละราคานุสัยในธาตุที่สวยงามได้ เมื่อเธอทั้งหลายมีอานาปานสติอันเข้าไปตั้งไว้ดีแล้วเฉพาะหน้าในภายใน ความนอนตามของวิตกทั้งหลายในภายนอก อันเป็นฝักฝ่ายแห่งความคับแค้นย่อมไม่มี เมื่อเธอทั้งหลายพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในสังขารทั้งปวงอยู่ ย่อมละอวิชชาได้ วิชชาย่อมเกิดขึ้น. ภิกษุผู้พิจารณาเห็นความไม่งามในกาย ตั้งสติในลมหายใจเข้าออก มีความเพียรไม่หยุดหย่อน พิจารณาเห็นภาวะที่สงบระงับแห่งสังขารทั้งปวง ภิกษุนั้นแล ผู้เห็นโดยชอบ มีความเพียรอยู่ ย่อมน้อมไปในธรรม... read more
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ในที่นั้น พระผู้มีพระภาคตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงเจริญสมาธิเถิด ภิกษุผู้มีจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริง ก็ภิกษุย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงซึ่งอะไร คือ ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงซึ่งความเกิดและความดับแห่งรูป ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงซึ่งความเกิดและความดับแห่งเวทนา ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงซึ่งความเกิดและความดับแห่งสัญญา ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงซึ่งความเกิดและความดับแห่งสังขาร ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงซึ่งความเกิดและความดับแห่งวิญญาณ. ภิกษุทั้งหลาย ก็อะไรเป็นความเกิดแห่งรูป อะไรเป็นความเกิดแห่งเวทนา อะไรเป็นความเกิดแห่งสัญญา อะไรเป็นความเกิดแห่งสังขาร อะไรเป็นความเกิดแห่งวิญญาณ. ภิกษุทั้งหลาย... read more