18ก.ค.
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลอาศัยสัปบุรุษแล้ว พึงหวังได้อานิสงส์ ๔ ประการ อานิสงส์ ๔ ประการอะไรบ้าง คือ
ย่อมเจริญด้วยอริยศีล ย่อมเจริญด้วยอริยสมาธิ ย่อมเจริญด้วยอริยปัญญา ย่อมเจริญด้วยอริยวิมุตติ.
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลอาศัยสัปบุรุษแล้ว พึงหวังได้อานิสงส์ ๔ ประการเหล่านี้แล.
-บาลี... read more
09ส.ค.
สมิทธิ ตา รูป จักษุวิญญาณ ธรรมที่รู้แจ้งได้ด้วยจักษุวิญญาณไม่มีในที่ใด มารหรือการบัญญัติว่ามารย่อมไม่มีในที่นั้น.
หู เสียง โสตวิญญาณ ธรรมที่รู้แจ้งได้ด้วยโสตวิญญาณไม่มีในที่ใด มารหรือการบัญญัติว่ามารย่อมไม่มีในที่นั้น.
จมูก กลิ่น ฆานวิญญาณ... read more
13ก.ค.
ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนเมื่อฝนเม็ดใหญ่ตกลงบนภูเขา เมื่อฝนตกลงหนักๆ น้ำนั้นไหลไปตามที่ลุ่ม ย่อมทำซอกเขา ลำธารและห้วยให้เต็มซอกเขา ลำธารและห้วยที่เต็ม ย่อมทำหนองให้เต็ม หนองที่เต็ม ย่อมทำบึงให้เต็ม บึงที่เต็ม ย่อมทำแม่น้ำน้อยให้เต็ม... read more
20เม.ย.
ภิกษุทั้งหลาย บรรดาองค์ทั้ง ๗ นั้น สัมมาทิฏฐิย่อมเป็นธรรมนำหน้า ก็สัมมาทิฏฐิย่อมเป็นธรรมนำหน้า เป็นอย่างไร คือ
ผู้มีสัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะจึงเกิดขึ้น ผู้มีสัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจาจึงเกิดขึ้น ผู้มีสัมมาวาจา สัมมากัมมันตะจึงเกิดขึ้น ผู้มีสัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะจึงเกิดขึ้น ผู้มีสัมมาอาชีวะ... read more
07ก.ย.
ภิกษุทั้งหลาย เมื่อมือทั้งหลายมีอยู่ การจับและการวางก็ปรากฏ เมื่อเท้าทั้งหลายมีอยู่ การก้าวไปและการถอยกลับก็ปรากฏ เมื่อข้อทั้งหลายมีอยู่ การงอเข้าและการเหยียดออกก็ปรากฏ เมื่อท้องมีอยู่ ความหิวและความกระหายก็ปรากฏ.
ภิกษุทั้งหลาย ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อตามีอยู่ สุขและทุกข์อันเป็นภายในย่อมเกิดขึ้น เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย เมื่อหูมีอยู่ สุขและทุกข์อันเป็นภายในย่อมเกิดขึ้น เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย เมื่อจมูกมีอยู่... read more
17มี.ค.
ภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๕ ประการเหล่านี้ อันสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก ไม่พึงได้ตามปรารถนา... read more
20พ.ย.
อานนท์ ข้อที่ว่า ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีพวกพ้องดี เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้นทีเดียวนั้น อันใครๆ พึงทราบโดยปริยายดังนี้ ด้วยว่า
อานนท์ เพราะอาศัยเราเป็นกัลยาณมิตร สัตว์ทั้งหลายที่มีความเกิดเป็นธรรมดา ย่อมหลุดพ้นจากความเกิด สัตว์ทั้งหลายที่มีความแก่เป็นธรรมดา ย่อมหลุดพ้นจากความแก่ สัตว์ทั้งหลายที่มีความตายเป็นธรรมดา... read more
14มี.ค.
… ภิกษุทั้งหลาย ฉันใดก็ฉันนั้น การพิจารณาของภิกษุว่า
เราเป็นผู้มีอภิชฌาอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้ไม่มีอภิชฌาอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีจิตพยาบาทอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้มีจิตไม่พยาบาทอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีถีนมิทธะกลุ้มรุมอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้ปราศจากถีนมิทธะอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่านอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้มีจิตไม่ฟุ้งซ่านอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีความสงสัยอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้ข้ามพ้นความสงสัยอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มักโกรธอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้ไม่มักโกรธอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีจิตเศร้าหมองอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้มีจิตไม่เศร้าหมองอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีกายกระสับกระส่ายอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้มีกายไม่กระสับกระส่ายอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้เกียจคร้านอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้ปรารภความเพียรอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีจิตตั้งมั่นอยู่โดยมาก... read more
06พ.ย.
ภิกษุทั้งหลาย ถ้าบุคคลคิดถึงสิ่งใดอยู่ ดำริถึงสิ่งใดอยู่ และมีจิตฝังลงไป ในสิ่งใดอยู่ สิ่งนั้นย่อมเป็นอารมณ์เพื่อการตั้งอยู่แห่งวิญญาณ เมื่ออารมณ์มีอยู่ ความตั้งขึ้นเฉพาะแห่งวิญญาณย่อมมี เมื่อวิญญาณนั้นตั้งขึ้นเฉพาะ เจริญงอกงามแล้ว การก้าวลงแห่งนามรูป ย่อมมี... read more
16เม.ย.
… ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า สารีบุตร เรากล่าวรูปที่รู้ได้ด้วยตาไว้ ๒ อย่าง คือ ที่ควรเสพ และที่ไม่ควรเสพนั้น เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว.
สารีบุตร เมื่อเสพรูปที่รู้ได้ด้วยตาเช่นใด อกุศลธรรมย่อมเจริญยิ่ง... read more