14มี.ค.
… ภิกษุทั้งหลาย ฉันใดก็ฉันนั้น การพิจารณาของภิกษุว่า
เราเป็นผู้มีอภิชฌาอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้ไม่มีอภิชฌาอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีจิตพยาบาทอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้มีจิตไม่พยาบาทอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีถีนมิทธะกลุ้มรุมอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้ปราศจากถีนมิทธะอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่านอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้มีจิตไม่ฟุ้งซ่านอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีความสงสัยอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้ข้ามพ้นความสงสัยอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มักโกรธอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้ไม่มักโกรธอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีจิตเศร้าหมองอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้มีจิตไม่เศร้าหมองอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีกายกระสับกระส่ายอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้มีกายไม่กระสับกระส่ายอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้เกียจคร้านอยู่โดยมาก หรือว่าเราเป็นผู้ปรารภความเพียรอยู่โดยมาก
เราเป็นผู้มีจิตตั้งมั่นอยู่โดยมาก... read more
11ต.ค.
สัปบุรุษทั้งหลาย กล่าววาจาสุภาษิตว่าเป็นวาจาสูงสุด.
บุคคลพึงกล่าววาจาที่เป็นธรรม ไม่พึงกล่าววาจาที่ไม่เป็นธรรม นี้เป็นข้อที่ ๒.
พึงกล่าววาจาอันเป็นที่รัก ไม่พึงกล่าววาจาอันไม่เป็นที่รัก นี้เป็นข้อที่ ๓.
พึงกล่าววาจาที่เป็นจริง ไม่พึงกล่าววาจาที่เป็นเท็จ นี้เป็นข้อที่ ๔.”
-บาลี สํ.... read more
16เม.ย.
ภิกษุทั้งหลาย ก็สมาธิภาวนาอันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความสิ้นอาสวะ เป็นอย่างไร.
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในกรณีนี้ มีปกติพิจารณาเห็นความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปในอุปาทานขันธ์ ๕ อยู่ว่า
รูปเป็นอย่างนี้ ความเกิดขึ้นแห่งรูปเป็นอย่างนี้ ความดับแห่งรูปเป็นอย่างนี้ เวทนาเป็นอย่างนี้ ความเกิดขึ้นแห่งเวทนาเป็นอย่างนี้... read more
10ต.ค.
ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนประทีปน้ำมัน พึงลุกอยู่ได้เพราะอาศัยน้ำมันและไส้ บุรุษไม่พึงเติมน้ำมันและไม่เปลี่ยนไส้ใหม่ ตลอดเวลาที่ควรเติมควรเปลี่ยนในทุกระยะๆ เมื่อเป็นอย่างนี้ ประทีปน้ำมันนั้น เพราะหมดอาหาร เพราะสิ้นเชื้อเก่า ก็เป็นประทีปน้ำมันที่หมดเชื้อแล้วดับไป.
ภิกษุทั้งหลาย ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อภิกษุพิจารณาเห็นโดยความเป็นโทษเนืองๆ... read more
29ต.ค.
สัตว์ทั้งหลายประพฤติชอบในเวลาใด เวลานั้นชื่อว่าเป็นฤกษ์ดี มงคลดี สว่างดี รุ่งดี ขณะดี ยามดี และบูชาดี…
วันคืนล่วงไป ๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่.” read more
07มิ.ย.
ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงเจริญสมาธิเถิด ภิกษุผู้มีจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริง ก็ภิกษุย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงซึ่งอะไร คือ
ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์
ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงว่า นี้เหตุให้เกิดทุกข์
ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงว่า นี้ความดับไม่เหลือแห่งทุกข์
ย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริงว่า นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์
ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย... read more
30พ.ค.
สัตว์ทั้งหลาย ย่อมมีความแก่เป็นธรรมดา
มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา มีความตายเป็นธรรมดา
สัตว์ทั้งหลายย่อมเป็นไปตามธรรมดา พวกปุถุชนย่อมเกลียด.
ถ้าเราพึงเกลียดธรรมนั้น ในพวกสัตว์ผู้มีอย่างนั้นเป็นธรรมดา
ข้อนั้นไม่สมควรแก่เราผู้เป็นอยู่อย่างนี้
เรานั้นเป็นอยู่อย่างนี้ ทราบธรรมที่หาอุปธิไม่ได้.
เห็นการออกบวชโดยเป็นธรรมเกษม
ครอบงำความมัวเมาทั้งปวง ในความไม่มีโรค
ในความเป็นหนุ่มสาวและในชีวิต.
ความอุตสาหะได้มีแล้วแก่เรา ผู้เห็นเฉพาะซึ่งนิพพาน
บัดนี้ เราไม่ควรเพื่อเสพกามทั้งหลาย
จักเป็นผู้ประพฤติไม่ถอยหลัง ตั้งหน้าประพฤติพรหมจรรย์.
-บาลี ปญฺจก. อํ.... read more
27ส.ค.
คนมีบุตร ย่อมศร้าโศกเพราะบุตรทั้งหลาย
คนมีโค ย่อมเศร้าโศกเพราะโคทั้งหลายเหมือนกัน
เพราะอุปธิทั้งหลายเป็นเหตุให้นรชนเศร้าโศก
ดังนั้น ผู้ที่ไร้อุปธิจึงไม่เศร้าโศก."
-บาลี สคาถ. สํ. 15/157/439.
read more
06ม.ค.
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเห็นรูปอันไม่เที่ยงนั่นแหละ ว่าไม่เที่ยง
ความเห็นของเธอนั้นเป็นสัมมาทิฏฐิ
เมื่อเห็นอยู่โดยถูกต้อง ย่อมเบื่อหน่าย
เพราะความสิ้นไปแห่งนันทิ จึงมีความสิ้นไปแห่งราคะ
เพราะความสิ้นไปแห่งราคะ จึงมีความสิ้นไปแห่งนันทิ
เพราะความสิ้นไปแห่งนันทิและราคะ
กล่าวได้ว่า จิตหลุดพ้นแล้วด้วยดี.
ภิกษุเห็นเสียงอันไม่เที่ยงนั่นแหละ ว่าไม่เที่ยง … เห็นกลิ่นอันไม่เที่ยงนั่นแหละ ว่าไม่เที่ยง …... read more
18ต.ค.
ภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุเจริญอนิจจสัญญา (เห็นความไม่เที่ยง)
แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ
ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่ห่างจากฌาน
ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท
ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า
จะกล่าวไปไย ถึงผู้กระทำให้มากซึ่งอนิจจสัญญานั้นเล่า."
read more